เศรษฐกิจ
กรุงธนบุรี (พ.ศ. 2310 - 2325)
กรุงธนบุรี (พ.ศ. 2310 - 2325)
ฟื้นฟูการค้าทางทะเล โดยเฉพาะ การค้ากับจีน เป็นหลัก (เรือสำเภา)
ส่งออกสินค้า เช่น ข้าว ไม้หอม ดีบุก หนังสัตว์ และของป่า
นำเข้าสินค้า เช่น ผ้าไหม เครื่องลายคราม อาวุธ และของใช้ต่าง ๆ
พระเจ้าตากสินทรงมีบทบาทในการค้า ผ่านหน่วยงานที่เรียกว่า พระคลังสินค้า
การค้าช่วยนำรายได้และทรัพยากรเข้ามาฟื้นฟูประเทศอย่างรวดเร็ว
เป็นฐานเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะ การทำนา
รัฐส่งเสริมให้ประชาชนกลับไปทำกิน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนอาหารหลังสงคราม
มีการจัดสรรแรงงาน (ไพร่) ให้ทำการเกษตรควบคู่กับการรับราชการ
เมื่อผลผลิตเพิ่มขึ้น ก็ใช้เป็นสินค้าส่งออกสำคัญ
เก็บ ส่วย อากร และภาษี จากราษฎรและหัวเมือง
รายได้มาจาก การผูกขาดการค้า บางชนิดผ่านพระคลังสินค้า
มีการเก็บภาษีจากการค้าทางเรือและการค้ากับต่างชาติ
รายได้เหล่านี้ถูกนำไปใช้ในการทหาร การฟื้นฟูบ้านเมือง และการปกครอง
เศรษฐกิจกรุงธนบุรีเน้นการ “ฟื้นตัวเร็ว” โดยใช้เกษตรกรรมเป็นฐาน และการค้าระหว่างประเทศ (โดยเฉพาะกับจีน) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมทั้งจัดเก็บภาษีเพื่อเสริมความมั่นคงของรัฐ